6 อย่างที่ลูกควรทำ เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง (อยากให้ลูกได้อ่าน)

6 อย่างที่ลูกควรทำ เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง (อยากให้ลูกได้อ่าน)

เมื่อตอนที่เราเป็นเด็ก พ่อแม่ต้องศึกษาวิธีเลี้ยงดูลูกจากคู่มือ ตอนนี้พ่อแม่เริ่มแก่ตัวลง ถึงเวลาที่ลูกๆ ต้องศึกษาคู่มือเลี้ยงดูพ่อแม่กันสักหน่อยแล้วละค่ะ

1. จงฟังให้มาก

ตั้งแต่เราเด็กๆ แม้เราจะยังพูดจาไม่เป็นภาษาคน แต่พ่อแม่ก็ยังพยายามฟังและคอยตอบทุกคำถาม โดยไม่แสดงท่าทีรำคาญ พ่อแม่ในวันนี้ก็ต้องการให้คุณทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน

แม้ท่านจะเล่าแต่เรื่องอดีตวนเวียนไปมา หรือคอยบอกเล่าเรื่องราวที่คุณเห็นว่าไม่ได้เกี่ยวกับตัวคุณสักนิด แต่จงฟัง แค่ตั้งใจฟังท่านเท่านั้น แค่นี้ก็ทำให้ท่านรู้สึกว่า ท่านไม่ได้เป็นคนแก่ที่น่ารำคาญสำหรับคุณแล้ว

2. กอดท่านบ่อยๆ

คำพูดหนึ่งที่พ่อแม่มักพูดกันเมื่อลูกยังเป็นเด็กคือ ให้รีบกอดลูกเสียตั้งแต่ตอนนั้น เพราะเมื่อโตขึ้นแล้ว อาจจะไม่ได้มีโอกาสกอดลูกอีก นั่นเป็นเพราะเมื่อโตขึ้น คนส่วนใหญ่รู้สึกเขินอายที่จะแสดงความรักกับพ่อแม่

ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ท่านต้องการมากที่สุด และเป็นสิ่งที่ลูกทำได้ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท นอกจากนี้ยังช่วยเยียวยาความเจ็บไข้ได้ป่วยทางใจให้พ่อแม่ได้เป็นอย่างดี เชื่อเถอะว่าไม่ว่าคุณจะเติบโตไปมากเท่าไหร่ พ่อแม่ก็ยังต้องการอ้อมกอดจากลูกเสมอ

3. เข้าใจธรรมชาติของพ่อแม่

เป็นความจริงที่ว่า ยิ่งพ่อแม่แก่มากขึ้นเท่าไหร่ ท่านก็จะยิ่งทำตัวเป็นเด็กมากเท่านั้น บางครั้งท่านจึงดูเหมือนคนเอาแต่ใจ พูดไม่ฟัง หรือขี้น้อยใจอยู่บ้าง แต่นั่นคือธรรมชาติของพ่อแม่

ก็เหมือนกับตอนคุณเป็นวัยรุ่น ที่มักจะทำตัวติดเพื่อน เรียกร้องความสนใจ หรือแสดงพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ แต่พ่อแม่ก็ยังพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหาคุณ

ตอนนี้ถึงตาคุณที่ต้องพยายามทำความเข้าใจท่านบ้างแล้ว คุณแค่ต้องควบคุมอารมณ์หงุดหงิด โมโห พยายามตั้งสติเมื่อเห็นท่านทำอะไรที่ไม่ถูกใจคุณ จำไว้ว่าอย่าเผลอใช้คำพูดทิ่มแทงหัวใจพ่อแม่อย่างเด็ดขาด

4. ขออโหสิกรรมหากทำผิด

เมื่อไหร่ที่เราทำไม่ดีกับพ่อแม่ ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จิตใจของเราย่อมจะขุ่นมัว เศร้าหมอง ไม่สบายใจ คิดวกวนแต่เรื่องนั้นอยู่ในหัว ส่งผลให้การงานที่ทำด้อยประสิทธิภาพตามลงไป หากคุณพลั้งเผลอทำไม่ดีกับท่านแล้วรู้สึกเช่นนี้ ลองขอขมาคุณพ่อคุณแม่

โดยบอกกับท่านว่า สิ่งใดที่พลั้งพลาดทำไม่ดีกับพ่อแม่ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ลูกขออโหสิกรรม เมื่อท่านยกโทษให้ ความรู้สึกภายในใจของคุณก็จะโล่ง เบา ผ่องใส และเบิกบานขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5. สร้างวันพิเศษ

ในขณะที่คุณออกไปทำงาน พบปะเพื่อนฝูง เจอคนมากหน้าหลายตาทั้งวัน พ่อแม่ที่อยู่บ้านได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับ วนเวียนแบบนี้ซ้ำๆ เป็นกิจวัตรทุกวัน ลองถามตัวเองว่า หากคุณต้องอยู่กับบ้านเฉยๆ และคอยเวลาลูกกลับอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร

ดังนั้น เพื่อช่วยให้ท่านไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป ลองกำหนดวันพิเศษขึ้นมาสัปดาห์ละหนึ่งวัน พาท่านไปกินของอร่อย หรือไปในที่ที่ท่านชอบและรู้สึกผ่อนคลาย เช่น วัด ทะเล น้ำตก หรือถ้าไม่มีเวลา ลองช่วยกันทำอาหาร หรือทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง เท่านี้ก็ช่วยเติมเต็มวันดีๆ ให้กับท่านได้ง่ายๆ แล้ว

6. อย่ายัดเยียดความสุข

ไม่ผิดเลยที่ลูกจะอยากให้พ่อแม่มีความสุข ได้กินอะไรดีๆ ได้อยู่ในที่ดีๆ และได้มีชีวิตดีๆ แต่คุณต้องไม่ลืมถามท่านก่อนทุกครั้ง ว่าท่านอยากจะมีชีวิตแบบที่คุณกำลังวาดไว้หรือไม่ เพราะบางครั้งพ่อแม่อาจไม่ได้มีความสุขกับชีวิตแบบนั้นก็ได้

เช่น คุณอยากให้พ่อแม่อยู่ในบ้านหลังใหญ่ ได้ไปเที่ยวเมืองนอก กินอาหารในภัตตาคารหรู แต่ความจริงแล้ว ท่านอาจจะไม่ชอบใช้ชีวิตแบบนั้นเพราะรู้สึกทำตัวไม่ถูกและไม่เป็นตัวเอง

ท่านอาจจะแค่อยากใช้ชีวิตเรียบๆ ในบ้านเล็กๆ ที่อบอุ่น ได้กินอาหารที่ลูกแสดงฝีมือ เที่ยวน้ำตก ชมดอกไม้ ถ่ายรูปภูเขาในจังหวัดใกล้ๆ โดยมีลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า ความสุขง่ายๆ ที่เรามองข้าม อาจเป็นความสุขยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ก็ได้

ที่มา goodlifeupdate